ศาลเจ้าและวัด

ศาลเจ้าและวัด

ศาลเจ้าและวัดแต่ละพื้นทีมีบรรยากาศที่แตกต่างกัน สามารถสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของความเป็นญี่ปุ่น

Oarai Isosaki Jinja / in Oarai

ศาลเจ้าสร้างขึ้นในปี 856 เทพเจ้าประจำศาลเจ้า คือ Sukunabikonanomikotoที่นี่ได้รับการฟื้นฟูในปี 1730 เนื่องจากทรุดโทรม นอกจากนี้ด้านหน้าศาลเจ้ามีทะเลกว้างใหญ่ สามารถมองเห็นมหาสมุทรแปซิฟิก เพราะ ตั้งอยู่จุดที่สูง และมีหลายจุดที่เหมาะแก่การถ่ายรูป รวมถึงแผ่นไม้สำหรับเขียนคำอธิษฐานที่มีรูปของ “Girls and Punzer” ก็ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก

Kamiiso no Torii Gate

in Oarai

เสา Torii ตั้งอยู่กลางทะเล เชื่อกันว่าเทพเจ้าได้ลงมาสถิตประทับยืนอยู่บนทะเล ทัศนียภาพที่เสา Torii กระทบกับคลื่นทะเล ถือว่าเป็นเอกลักษณ์ และการชมเสา Torii พร้อมกับพระอาทิตย์ขึ้น เป็นทัศนียภาพที่สวยงามและเต็มเปี่ยมไปด้วยความศักดิ์สิทธิ์ อีกทั้งยังเป็นที่นิยมสำหรับการถ่ายรูป

Kasama Inari Jinja / in Kasama

Honden (โถงศูนย์กลางหลักของศาลเจ้า) ได้รับการแกะสลักอย่างประณีตและเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่สำคัญ เทพเจ้าที่นี่ คือ เทพเจ้าแห่งความรุ่งโรจน์ด้านการค้าขาย การเกษตร และดลบันดาลด้านการขอลูก คลอดลูก รวมถึงสมหวังในความรัก อีกทั้งต้นดอก Wisteria ที่มีอายุ 400 ปีสวยงามเป็นอย่างมากในเดือนพฤษภาคม และจะมีการจัดงาน “Chrysanthemum Festival” ในฤดูใบไม้ร่วง

Kashima Jingu Grand Shrine / in Kashima

Romon (ประตู) สีแดงเข้มสดเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่สำคัญ เทพเจ้าได้รับการสักการะให้เป็นเทพเจ้าแห่งการต่อสู้ การคลอดลูก และการเดินทาง เดินผ่านต้นสนที่เรียงกันเป็นแถวเพื่อทำการสักการะ ศาลเจ้าแห่งนี่พื้นที่มีขนาดเท่าTokyo Dome 15 ลูก

Amabiki Kannon / in Sakuragawa

เจ้าแม่กวนอิมประทานพรให้คลอดลูกอย่างปลอดภัยและให้เลี้ยงลูกได้อย่างมีความสุข รวมถึงให้มีอายุยืนยาว และยังชมดอก Sakura Peony และ Azalea ได้ในฤดูใบไม้ผลิ “Hydrangea Festival” ก็สวยงามเป็นอย่างมากในเดือนมิถุนายน รวมถึงใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง

Ushiku Daibutsu (Buddha) / in Ushiku

สูง 120 เมตร พระพุทธรูปปางยืนทองสัมฤทธิ์ที่มีขนาดใหญ่อันดับต้น ๆ ของโลก สามารถเข้าไปชมในองค์พระ ภายในมีห้องจัดนิทรรศการ และมีองค์พระพุทธรูป 3,400 องค์สีเหลืองอร่าม อีกทั้งยังชมทัศนียภาพข้างนอกได้จากจุดชมวิว