ถ้าพูดถึง Ibaraki ต้องเป็นที่นี่ !

ถ้าพูดถึง Ibaraki ต้องเป็นที่นี่ !

Fukuroda Falls / in Daigo

1 ใน 3 น้ำตกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น สามารถชมความยิ่งใหญ่อลังการนี้ได้ผ่านน้ำตกที่มีความสูง 120 เมตร กว้าง 73 เมตร ซึ่งไม่ควรพลาดกับทัศนียภาพที่สวยงามทั้ง 4 ฤดู โดยฤดูใบไม้ร่วงเต็มไปด้วยใบไม้เปลี่ยนสี ส่วนฤดูหนาวน้ำตกจะเกาะตัวเป็นน้ำแข็ง อีกทั้งตอนนี้ยังเป็นที่รู้จักในนาม “สถานที่อันศักดิ์สิทธิ์แห่งความรัก” และถ้าหากเจอรูปหัวใจตรงกลางน้ำตก เชื่อกันว่าจะสมหวังในความรัก

Ryujin Gorge / in Hitachiota

หุบเขาที่รายล้อมไปด้วยธรรมชาติสวยงาม โดยมีสะพานแขวนขนาดใหญ่อันดับต้น ๆ ที่มีความยาว 375 เมตร เป็นสะพานเชื่อม อีกทั้งด้านล่างยังมีเขื่อนทะเลสาบไหลผ่าน
ในฤดูใบไม้ผลิหุบเขาจะถูกตกแต่งไปด้วยธงปลาคาร์ฟอันเป็นวัฒนธรรมประจำชาติญี่ปุ่น เพื่อขอพรให้กับเด็ก ส่วนฤดูใบไม้ร่วงมีชื่อเสียงเป็นอย่างมากในเรื่องของใบไม้เปลี่ยนสีอันงดงาม อีกทั้งการกระโดดบันจีจัมพ์ที่มีความสูง 100 เมตร ซึ่งถือว่าสูงอันดับต้น ๆ ของญี่ปุ่นก็ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก

Hitachi Seaside Park / in Hitachinaka

สถานที่ท่องเที่ยวอันขึ้นชื่อของจังหวัด Ibaraki มีพื้นที่ 200 เฮกตาร์ โดยแบ่งเป็น 7 โซน ประกอบด้วยทุ่งดอกไม้ และ พื้นที่สันทนาการ รวมถึงสามารถทำกิจกรรมได้ อาทิ การปั่นจักรยาน บาร์บีคิว ซึ่งที่นี่มีชื่อเสียงเป็นอย่างมากสำหรับดอก Nemophila และ Kochia

Kairakuen Garden / in Mito

ตั้งอยู่ที่อำเภอ Mito เป็นสวนดอกบ๊วยอันมีประวัติเพียงไม่กี่แห่ง (1 ใน 3 สวนอันมีชื่อเสียงของญี่ปุ่น) โดยเฉพาะอย่างยิ่งดอกบ๊วยประมาณ 3,000 ต้น 100 สายพันธุ์จะบานสะพรั่งในกลางเดือนกุมภาพันธ์ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ภายในสวนยังมีป่าไผ่ Kobun-tei และ Tokiwa Shrine

Mt. Tsukuba / in Tsukuba

ภูเขาอันขึ้นชื่อของจังหวัด สูง 877 เมตร สามารถเดินขึ้นภูเขาได้ตลอดทั้งปี นอกจากการเดินขึ้นภูเขาเแล้ว ยังสามารถใช้บริการเคเบิ้ลคาร์และโรปเวย์ ทัศนียภาพยามค่ำคืนตรงยอดเขางดงามเป็นอย่างมาก ซึ่ง 1 ปีสามารถชม Diamond Tsukuba (งดงามดุจดั่ง Diamond) ในเดือนกุมภาพันธ์ และ ตุลาคม อีกทั้งตอนกลางภูเขายังมี Tsukuba Shrine ที่มีประวัติกว่า 3,000 ปี

Ushiku Daibutsu (Buddha) / in Ushiku

สูง 120 เมตร พระพุทธรูปปางยืนทองสัมฤทธิ์ที่มีขนาดใหญ่อันดับต้น ๆ ของโลก สามารถเข้าไปชมในองค์พระ ภายในมีห้องจัดนิทรรศการ และมีองค์พระพุทธรูป 3,400 องค์สีเหลืองอร่าม อีกทั้งยังชมทัศนียภาพข้างนอกได้จากจุดชมวิว

Kashima Jingu Grand Shrine / in Kashima

Romon (ประตู) สีแดงเข้มสดเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่สำคัญ เทพเจ้าได้รับการสักการะให้เป็นเทพเจ้าแห่งการต่อสู้ การคลอดลูก และการเดินทาง เดินผ่านต้นสนที่เรียงกันเป็นแถวเพื่อทำการสักการะ ศาลเจ้าแห่งนี่พื้นที่มีขนาดเท่าTokyo Dome 15 ลูก

Lake Kasumigaura

in Kasumigaura และบริเวณใกล้เคียง

ทะเลสาบที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของญี่ปุ่น เป็นที่นิยมในการปั่นจักรยาน และทำกิจกรรมหลายอย่างภายใต้ทัศนียภาพที่สวยงามและยิ่งใหญ่ อีกทั้งยังมีบริการนั่งเรือยอร์ช เจ็ทสกี และเรือนำเที่ยว Hobikisen และสามารถตกปลาได้อีกด้วย

Oarai Isosaki Jinja / in Oarai

ศาลเจ้าสร้างขึ้นในปี 856 เทพเจ้าประจำศาลเจ้า คือ Sukunabikonanomikotoที่นี่ได้รับการฟื้นฟูในปี 1730 เนื่องจากทรุดโทรม นอกจากนี้ด้านหน้าศาลเจ้ามีทะเลกว้างใหญ่ สามารถมองเห็นมหาสมุทรแปซิฟิก เพราะ ตั้งอยู่จุดที่สูง และมีหลายจุดที่เหมาะแก่การถ่ายรูป รวมถึงแผ่นไม้สำหรับเขียนคำอธิษฐานที่มีรูปของ “Girls and Punzer” ก็ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก